ถึงเธออันเป็นที่รัก, ว่าด้วยเรื่องราวในชีวิต, เรื่องทุกเรื่องของทุกเรื่อง

ถึงเธออันเป็นที่รัก ๒

มิถุนายน 24, 2015
DSC_0060

ถึงเธออันเป็นที่รัก

จดหมายฉบับก่อนคงเต็มไปด้วยความสับสน อันล้วนแต่เป็นความสับสนของผมเองทั้งสิ้น ในบางครั้งเวลาที่ปัญหาหลายอย่างมันเข้ามาพร้อมกัน มันก็ยากที่เราจะรับมือไหวอย่างมีสติ

หลังจากการโต้เถียงที่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะหลายครั้ง ระหว่างสิ่งที่ควรเป็น และสิ่งที่ผมอยากให้เป็น ผมก็ได้ข้อสรุปที่ไม่เต็มใจเท่าใดนักออกมา บางครั้งเราก็ไม่อาจจะให้มันเป็นในสิ่งที่เราอยากให้เป็นได้เสมอไป เหมือนที่ โจเซ่ วาสคอนเซลอส สร้างต้นส้มแสนรักไว้ให้หนูน้อยเซเซ่ ต้นส้มที่ชื่อมิงกินโย่ต้นนั้นคงเป็นตัวบอกเล่าเรื่องราวที่ควรจะเป็นในการดำเนินชีวิตให้ใครหลายคน – หลายครั้งที่ผมจมกับความทุกข์ ผมจะนึกถึงต้นส้มที่ชื่อมิงกินโย่ของหนูน้อยเซเซ่เสมอ และน่าแปลก ที่ทุกครั้งต้นส้มต้นนี้จะให้คำตอบที่ดีกับผมเสมอในทุกเรื่อง และคำตอบนั้นไม่เคยซ้ำกันเลย บางทีผมอาจจะยืมจินตณาการของหนูน้อยเซเซ่เข้าไปหาคำตอบให้กับคำถามในใจผมเองเสียกระมัง

คุณคงอยากรู้ซินะ ว่าครั้งนี้ผมไปคุยกับต้นส้มมิงกินโย่ต้นนั้นว่าอย่างไร ในเมื่อมันเป็นสิ่งคุณที่อยากรู้ ผมก็จะเล่าให้ฟัง -ผมแค่ลองถามตัวเองว่า ถ้าผมเป็นหนูน้อยเซเซ่ในตอนนี้ แล้วเสียต้นส้มมิงกินโย่ไป ผมจะทำอย่างไร? ในห้วงของความคิด ต้นส้มบอกกับผมว่า ความสุขของบางอย่างคือได้นั่งมองสิ่งเหล่านั้นเติบโตไปอย่างที่มันควรจะเป็น ต้นส้มบอกผมว่า ผมไม่อาจจะเป็นเจ้าของต้นส้มต้นนี้หรือต้นส้มต้นไหนๆบนโลกได้ เพียงแต่ผมสามารถเฝ้ามองและรักษามันไว้ให้มันโตไปอย่างที่มันควรจะเป็น อย่างเข็มแข็ง และสวยงาม

ทีนี้คุณพอจะนึกออกแล้วละซิครับ ว่าผมหาทางออกให้ผมเองได้อย่างไร และมันยังบอกผมอีกด้วยว่าผมควรทำอย่างไรต่อไปกับเรื่องเหล่านี้ และเอาล่ะ ถ้ามันมาถึงตรงนี้แล้ว คุณเองก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนละเอียดอ่อนอะไรมาก ในบางครั้งผมยังเป็นคนหยาบกระด้างเสียด้วยซ้ำ แต่สำหรับเรื่องนี้ผมขอรับปากคุณไว้เลยว่า ผมจะดูแลต้นส้มของผมที่มันกำลังโตในตอนนี้ให้ดีที่สุด อย่างที่ควรจะเป็น อย่างเข็มแข็ง และสวยงาม

ท้ายจดหมายฉบับนี้ ผมลืมบอกคุณไปว่า วันนี้ผมกลับมาพักที่บ้านผม ที่ผมชอบบอกคุณอย่างตลกๆเสมอว่ามันน่าจะเป็นสถาณต่างอากาศของผมมากเสียกว่าจะเป็นบ้าน ก็เพราะว่าผมไม่ได้ค่อยได้กลับมาอยู่ที่นี่ และนานๆทีสักครั้งที่ผมจะกลับมาค้างซักคืน

วันนี้ผมมาถึงที่นี่เร็วหน่อย (มันเร็วกว่าทุกครั้งเพราะครั้งนี้พระอาทิตย์ยังไม่ทันจะตอกบัตรเลิกงาน) จึงพอได้มีเวลาเดินดูรอบสถาณต่างอากาศอันนี้ ต้นไม้หลายต้นโตขึ้น โมกข์ริมรั้วโตสูงท่วมหัวผมไปเสียแล้ว คราวก่อนที่คุณเห็นมันยังพออยู่ระหว่างพุงเราเท่านั้น อินทผาลัมสองต้นหน้าบ้านก็ติดดอกเสียเต็มไปหมดแต่ไม่ยักกะมีทีท่าว่าจะติดผล ส่วนพวกแปลงสวนครัวของคุณแม่กับคุณป้าผมนั้น ก็แข่งกันออกผลผลิตซะเหลือเกิน ขนุน พริก มะนาวเอย ก็พอให้หยิบใช้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องจับจ่ายที่ตลาดอีกเลย

สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลงไปเสียในบ้านหลังนี้ ผมก็เห็นว่ามันจะมีสองอย่าง ห้องนอนของผมทั้งปีกที่ยังไม่ได้รับการตกแต่งใดใดจากเจ้าของ นอกจากเอาฟูกไปวางไว้ให้พอนอนได้ กับสระว่ายน้ำที่ยังคงเศร้าเหมือนเดิมทุกครั้งเพราะไม่มีใครค่อยจะให้ความสนใจ บางทีผมก็สงสารเจ้าสระว่ายน้ำนี่ซะเหลือเกิน วางเสียเด่นอยู่กลางบ้านแต่ไม่ยักกะมีใครหันไปมอง ถ้ามันพูดได้ มันคงจะน้อยใจพิลึกผมว่า

ก่อนจะจบจดหมายฉบันนี้ ผมนึกขึ้นมาได้และอยากชวนคุณตั้งคำถามเล่นให้พอได้คิดถึงกันอยู่ คุณว่าตอนที่เจ้าหนูเซเซ่เสียต้นส้มแสนรักไป เจ้าหนูใช้เวลานานแค่ไหนกว่าที่จะหยุดเสียใจและเข้าใจถึงความสูญเสียนั้น คุณสงสัยเหมือนผมมั้ย?

เพราะตอนนี้ผมก็สงสัยว่าเมื่อไหร่ที่ผมจะหยุดความคิดแบบนั้นได้สักที

ด้วยรัก
ที่ที่ผมขอเรียกมันว่าสถาณต่างอากาศ

You Might Also Like

2 Comments

  • Reply หวาน มิถุนายน 26, 2015 at 4:20 am

    ไปดูหนังกัน

    • Reply คิม มิถุนายน 26, 2015 at 4:23 am

      วันไหน ช่วงนี้ไม่ว่างเลย

    Leave a Reply