ถึงเธออันเป็นที่รัก, ว่าด้วยเรื่องราวในชีวิต, เรื่องทุกเรื่องของทุกเรื่อง

ถึงเธออันเป็นที่รัก ๓

มิถุนายน 26, 2015
DSC0643bw

ถึงเธออันเป็นที่รัก

เช้านี้ผมตื่นนอนท่ามกลางออฟฟิศในตัวเมือง มันหมายความว่าเป็นอีกคืนในหลายๆคืนที่ผมเลือกงานมากกว่าตัวเอง -เมื่อคืน เรา อันหมายถึง ผม และ เพื่อนร่วมงานอีกสองสามคนเราเลิกงานกันราวตีหนึ่งเศษก่อนที่ใครสักคนจะหุงข้าว และเขาเหล่านั้นก็นั่งกินกันก่อนนอน สภาวะการณ์เหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นปกติไปเสียแล้วนับตั้งแต่ผมตั้งออฟฟิศในตัวเมือง เรามักจะเข้ามาทำงานในตอนเย็นหลังจากต่างคนต่างเสร็จหน้าที่งานประจำของตัวเองและก็ล่วงเลยเวลาไปจนนาฬิกาข้อมือบอกเลขเป็นวันใหม่ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว

บ้านที่ใช้ทำออฟฟิศนั้นเป็นบ้านเดียวมีรั้วรอบขอบชิดผมติดต่อเช่าจากข้าราชการเกษียณท่านหนึ่ง ราคาค่าเช่าตกอยู่ที่เดือนละ ๔,๐๐๐ บาท ตัวบ้านอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในตัวเมืองเป็นหมู่บ้านจัดสรรโครงการแรกๆของจังหวัด สังคมเพื่อนบ้านข้างๆจึงเต็มไปด้วยข้าราชการประจำวัยใกล้เกษียณหรือเกษียณไปแล้วทั้งนั้น ตัวบ้านเป็นบ้านชั้นเดียวมีสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ มีพื้นที่รับแขกที่ที่ผมใช้ตรงนี้แหละวางโต๊ะวางอุปกรณ์ในการทำงานกัน บ่อยครั้งที่เราขยับโต๊ะไปติดฝานิดหน่อยแล้วเอาฝูกมารองปูนอนกันข้างๆโต๊ะทำงาน แทบจะไม่มีใครใช้งานห้องนอนของออฟฟิศหลังนี้เลยอาจจะเพราะตรงส่วนห้องรับแขกนั้นมีเครื่องปรับอากาศติดอยู่ด้วยกระมั้งเลยไม่มีใครอยากหนีเย็นไปนอนร้อนในห้องนอนกัน

หน้าบ้านอันที่จริงเป็นเฉลียงแต่เจ้าของบ้านเค้าตีฝาขึ้นมาทำเป็นห้อง ได้ยินว่าแต่เดิมห้องนี้เคยเป็นร้านเสริมสวย ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในออฟฟิศที่ไม่ค่อยได้ใช้งานบ่อยครั้งหนักนอกจากจะมีใครเข้ามาทำงานกลางวัน เอาพัดลมมาเปิดนอนกลิ้งทำงานกันไปเพราะตรงนี้กลางวันอากาศจะอ้าวน้อยกว่าห้องรับแขกในตัวบ้าน (แน่นอนว่าไม่ค่อยมีใครอยากเปิดเครื่องปรับอากาศกลางวันซักเท่าไหร่) เลยเหมาะกว่าในการนั่งทำงานช่วงกลางวัน หลังบ้านเป็นครัวมีเตาแก็สและอุปกรณ์ทำครัวที่พอจะประกอบอาหารได้หลายอย่าง เพื่อนพ้องหลายคนแวะมาทำอาหารโชว์ฝีมือกันเสมอแต่น่าแปลกอย่างนึงสำหรับครัวในออฟฟิศผม นั่นก็คือเราไม่เคยหุงข้าวได้พอดีกับความต้องการในแต่ละมื้อสักทีไม่เหลือมากไปก็หมดหม้อเสียตั้งแต่ยังไม่อิ่ม กลายเป็นเรื่องตลกประจำครัวไปเสียแล้ว

อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเราก็ช่วยกันออกตามกำลังของแต่ละคน เครืองมือทำงานที่สำคัญอย่างคอมพิวเตอร์ผมก็บริจาคคอมพิวเตอร์แอปเปิ้ล รุ่น แมคโปรไปให้ใช้หนึ่งเครื่องและยังยกแอปเปิ้ล ไอแมค ของตัวเองไปตั้งไว้ให้ได้ทำงานกันที่ออฟฟิศ อะไรที่ผมไม่ได้ใช้ก็เอาไปให้คนอื่นใช้ซะผมมักจะคิดของผมเองเสมอว่าของที่ไม่ได้ใช้มันจะพังเร็วอะไรที่ได้ใช้บ่อยๆมันจะทนเหมือนมันได้ออกกำลังอยู่เสมอเทือกนั้น คิดแล้วก็ตลกพิลึกอยู่เหมือนกัน

นอกจากนี้เรายังมีกระปุกออมสินหมูสีเขียวที่มันชอบวิ่งหายไปอยู่หลังคอมบ้างละ ใต้กองเอกสารบ้างละ วันดีคืนดีเจ้าหมูตัวนี้ยังไปโผล่อยู่หลังทีวีหรือแม้กระทั่งบนตู้เย็นในครัวก็มี เราซื้อเจ้าหมูตัวนี้มาจากร้านทุกอย่างยี่สิบบาทเพื่อที่จะเอามันมาเป็นหมูแห่งความกดดันให้สมาชิกทุกคนช่วยกันหยอดเศษเหรียญ (เราตกลงกันว่าห้ามใส่แบงค์) ในกระเป๋าใส่ลงไปทุกครั้งที่เข้ามาออฟฟิศแต่ผมแอบสารภาพกับคุณตรงนี้เลยนะว่า ผมมักจะชอบแอบใส่แบงค์ไปเป็นประจำ แบงค์ ๑๐๐ บ้าง ๕๐๐ บ้างตามโอกาศจะอำนวย

เล่าเรื่องออฟฟิศมาเยอะแล้ว อันที่จริงผมแค่อยากจะบอกคุณว่าเช้าที่ผมตื่นมาที่ออฟฟิศ ผมตื่นเต้นเสมอกับวิถีชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านของผม ผมไม่ค่อยคุ้นชินกับการมีบ้านที่อยู่ติดๆกันอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้ว แต่ก่อนผมแอบคิดด้วยว่าถ้าผมต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเล็กๆแบบนี้ไปตลอดชีวิตผมคงอึดอัดตาย จนเมื่อผมได้มาอยู่ที่ออฟฟิศของผมบ่อยครั้งเข้า ผมก็เริ่มเคยชินกับขนาดของมันที่จะเดินไปห้องน้ำไปหยิบของหลังบ้านก็ใช้ระยะทางแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงกันหมดแล้ว บางทีลืมเอาของไว้ในรถแค่เปิดประตูบ้านเดินไปอีกก้าวก็ถึงรถแล้วมันเป็นความสะดวกไปอีกแบบที่ผมไม่เคยคิดและไม่เคยเจอมาก่อน – ก็นี่แหละที่ผมเลยบอกว่า ผมจึงตื่นเต้นกับมัน

ท้ายที่สุดผมก็บอกกับตัวเองได้ว่า มันไม่สำคัญว่าที่ที่เราอยู่สิ่งที่เรามีมันจะเล็กหรือมันจะใหญ่ มันจะดีกว่าไม่ดีกว่าของอย่างอื่นอย่างไร แต่มันสำคัญที่ว่าเราทำใจของเราให้เปิดกว้างกับทุกสิ่งที่เข้ามาได้หรือเปล่าเพราะถ้าทำได้เราจะพบว่า ทุกสิ่งมันมีความพอดีที่เป็นความงามของมันอยู่ในตัว

ความรักก็เช่นกัน

ด้วยรัก
26/6/2558

You Might Also Like

1 Comment

  • Reply Love around me กรกฎาคม 6, 2015 at 6:13 pm

    บทความละมุนในชีวิตบทความนี้ มันให้ฉันอ่าน วนมันซ้ำๆและไม่แปลกที่จะต้องเผลอยิ้มสุขใจออกมา : )

  • Leave a Reply