ถึงเธออันเป็นที่รัก, ว่าด้วยเรื่องราวในชีวิต, เรื่องทุกเรื่องของทุกเรื่อง

ถึงเธออันเป็นที่รัก ๑๒

กรกฎาคม 15, 2015
KIM_3162

ถึงเธออันเป็นที่รัก

ฝนปีนี้ไม่หนักเหมือนทุกปี แต่ก็พอทำให้ดอกโมกข์ริมรั้วล่วงลงพื้นเสียหลายดอก ฝนทำให้มองไปทางไหนก็ฉุ่มฉ่ำและเหงาจนน่าใจหายในเวลาเดียวกัน

สมัยก่อน สมัยที่ผมยังไม่ยุ่งเท่าตอนนี้ ผมมักจะตั้งหน้าตั้งตารอหน้าฝนเสมอ เพราะน่าฝนมักไม่ค่อยมีงานให้ทำมากเนื่องจากออกไหนก็ลำบาก เงียบๆ และคนมักจะอยู่บ้าน หน้าฝนทุกปีสำหรับผม ผมมักจะเตรียมหนังสือไว้กองโตๆเครื่องดื่มร้อนๆพร้อมดื่มได้ไม่ขาดปาก แล้วก็จมอยู่กับกองหนังสือเหล่านั้นไปตลอดหน้าฝน ผมจำได้ว่าตอนผมอยู่ ม.ต้น ช่วงหน้าฝนของปีนั้นผมอ่านเพชรพระอุมาจบทุกเล่มแล้วยังต่อด้วยศิวาราตรี เล็บครุฒ ล่องไพร ช่วงวัยนั้นผมมีเวลาให้กับความสุขตัวเองอย่างล้นเหลือ

พอผมโตขึ้น กองหนังสือที่บ้านผมก็โตตาม ผมทะยอยซื้อหนังสือใหม่ๆเข้าบ้านเสมอ และยอมรับไว้ตรงนี้เลยว่าบางเล่มผมก็ยังไม่ได้อ่าน หรือบางคราวผมยังแปลกใจว่าผมเคยซื้อเล่มนี้มาตอนไหน กระทั่งหนังสือบางเล่มผมซื้อซ้ำไว้ก็ยังมี ผมทำงานหนักขึ้นและความสุขของผมคือการได้ไปร้านหนังสือ การได้ไปดูหนังสือออกใหม่ของนักเขียนที่ชื่นชอบ หรือนักเขียนใหม่ๆ มันเป็นการสร้างความสุขทางใจอย่างหนึ่งสำหรับผม – ใครคนหนึ่งเคยถามผมว่าจะซื้อไปทำไมเยอะๆ ที่มีอยู่ก็อ่านไม่ทัน ผมยิ้มตอบคำถามนั้นและไม่ได้ตอบอะไรอีก แต่สำหรับผมผมรู้ตัวเองดีว่าผมไม่มีเวลาอ่านและหนังสือบางเล่มเราก็ไม่รู้ถ้าไม่ซื้อตอนนั้นเราจะหามันได้อีกหรือเปล่า และถึงผมจะเป็นคนอ่านหนังสือเร็ว แต่การอ่านมันก็ช้ากว่าการซื้ออยู่ดี คุณว่ามั้ย? 🙂

จะว่าไปการซื้อหนังสือมันเป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่ผมไม่เคยคุมมันได้สักที ผมเคยบอกตัวเองก่อนเข้าร้านหนังสือว่าอย่าซื้อเยอะ อย่าซื้อเยอะ และอย่าซื้อเยอะ แต่พออยู่ในร้านแล้วคำพูดที่คอยย้ำตัวเองพวกนั้นไม่รู้มันลอยไปติดหนังสือเล่มไหนในร้าน เป็นอันว่าผมไปร้านหนังสือแต่ละครั้งไม่เคยได้ซื้อหนังสือต่ำกว่าห้าเล่มซักที ไปกรุงเทพคราวนี้ก็เหมือนกัน ได้ไปร้านหนังสือดีๆสองร้านผมซื้อไปเสียเกือบยี่สิบเล่ม แล้วผมก็หอบหนังสือพวกนั้นเดินไปเดินมาในกรุงเทพอีกหลายกิโล โอ้ยคุณ! แขนผมแทบหลุดแหนะ

แต่ผมก็เป็นที่แปลกกว่าคนอื่นอย่างหนึ่ง บางคนเขาชอบหนังสือและรักหนังสือมาก บางคนไม่ชอบให้ใครยืมหนังสือ (แม่ผมก็เป็น) แต่ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นเลย ผมจะดีใจเสมอถ้าหนังสือที่ผมซื้อไปมีใครเอาไปอ่านต่อ ผมรู้สึกว่าหนังสือทุกเล่มมันมีคุณค่ามากๆ และถ้าเราสามารถแบ่งคุณค่ามากๆเหล่านั้นให้คนอื่นได้ผมก็ไม่ลังเลที่จะทำ มันมีความสุขเวลาใครมาบอกผมว่าชอบเล่มนั้น ชอบเล่มนี้ มันสุขใจจริงๆนะ รอบนี้หนังสือที่ผมซื้อทั้งหมดก็ยังไม่ทันได้เข้าบ้านเลย ผมก็พาไปกองไว้ที่ออฟฟิศ WetlandStory ให้สมาชิกได้อ่านกัน ใครจะอ่านบ้างผมไม่รู้ แต่ผมรู้ว่าผมเอาปัญญามาอยู่ในตู้ให้แล้วใครอยากได้ก็ไปหยิบเอาตามอัธยาศัย

แต่บางทีผลของการให้ยืมหนังสือมันก็ทำให้หนังสือผมหาย หรือชำรุดเสียหลายเล่ม ผมไม่เคยโกรธคนที่ทำหนังสือของผมพังเลยนะคุณ ผมจะอธิบายเขาไปว่า “คราวหน้าก็ดูแลหนังสือพวกนั้นให้ดีดีหน่อยแล้วกัน เพราะมันมีคุณค่าไม่ใช่แค่สำหรับผมและคุณ แต่คนที่เขารออ่านหลังคุณ แล้วคุณดันมาทำหนังสือหายหรือพังเสียก่อน คนเหล่านั้นเค้าก็จะไม่ได้คุณค่าจากหนังสือพวกนั้นอีกเลย มันน่าใจหายมั้ยคุณว่า” เท่านี้ก็เป็นอันว่าหนังสือผมก็หายน้อยลงมากๆ และชำรุดน้อยลงมากๆเช่นกัน

ผมมีหนังสือเยอะและไม่เคยนับ จดหมายฉบับนี้ให้แรงบันดาลใจผมอีกครั้งแล้ว ผมจะไปรวบรวมหนังสือที่มีทั้งหมดมาทำรายการไว้ และวันหนึ่งผมจะทำห้องสมุดให้คนที่ผมรักทั้งหลายได้เข้ามาอ่าน มายืมกัน เพราะผมให้สิ่งที่ผมรักมากกับเขาและผมหวังว่ามันจะทำให้เขาเหล่านั้นมีความรักต่อสิ่งที่ผมรักมากขึ้น มากขึ้นเท่านั้นเอง

ด้วยรัก

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply