Camera, รูปถ่าย

โนราและกล้องฟิล์ม

เมษายน 8, 2016
img014-2

ได้มีโอกาสดีอีกครั้ง
ในการไปถ่ายโนราโรงครู ที่วัดเขียนบางแก้วจังหวัดพัทลุง

สมัยก่อนผมจะใช้กล้องดิจตอลเป็นหลักในการถ่ายภาพ เพราะความสะดวกและอะไรหลายๆอย่าง แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรจะกินแล้วเลยขายกล้องดิจิตอลไปทั้งหมด และคิดเอาว่ามาซื้อกล้องฟิล์มน่าจะประหยัดเงินกว่า

“นั่นเป็นความคิดที่โง่ที่สุด ที่ผมเคยตัดสินใจมา”

เพราะไปมาๆ กว่าจะเล่นกล้องฟิล์ม หรือถ่ายภาพด้วยฟิล์มได้อย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ผมต้องสร้างมินิแลปที่ใช้ในการจัดการฟิล์มขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่สถานที่ในการล้างฟิล์ม แสกนฟิล์ม ตากฟิล์ม และการจัดเก็บฟิล์มอย่างเป็นระบบ เบ็ดเสร็จผมหมดเงินไปมากกว่ากล้องดิจิตอลตัวล่าสุดที่ผมขายไปอยู่มากโข

ในการถ่ายภาพด้วยฟิล์มนั้นจะว่าไปแล้วก็ดูเหมือนจะยุ่งยากลำบากอยู่หลายอย่างหลายเรื่อง ไหนจะไม่เห็นรูปได้ทันที ถ้าโฟกัสไม่เข้าแล้วกดมาใบเดียวก็จบเลย ถ้ากดเผื่อก็เปลืองฟิล์มอีก ยิ่งผมใช้ฟิล์มขนาด Medium Format เป็นหลัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ม้วนหนึ่งถ่ายได้  10-15 รูป (ขึ้นอยู่กับกล้องและขนาดที่เลือกใช้) แล้วถ้ากล้องมีปัญหา กดไปกดมาไม่รู้เรื่องเสียหายทั้งเซ็ทเลย กรณีเคยเป็นบทเรียนกับผมหนนึง เมื่อคราวแบก Hasselblad ไปเที่ยวเวียงจันท์ คราวนั้นมั่นใจว่ารูปต้องเด็ดดวงไม่มีใครเทียบเคียงได้ พกฟิล์มสีเกรดดีไปร่วมสิบกว่าม้วน แล้วก็ถ่ายหมดไม่มีเหลือ ผลสุดท้ายเจ้า Fucusing Screen ดันเลื่อนโฟกัสเสียไปหมดทั้งล็อตที่ถ่ายมา เป็นประสบการณ์ที่บอบช้ำหัวใจเกินจะเยียวยาได้

แต่จะว่าไปข้อดีและความยืนยุ่นของฟิล์มมันก็มีมากมาย (อยู่บ้าง) เช่นไดนามิคเรนจ์ของฟิล์มยังทำได้ดีกว่ากล้องดิจิตอลอยู่มากหลายสต็อป และตัวฟิล์มเองยังเก็บไปทำโน้นทำนี่ต่อได้มากมายหลายอย่าง

ไหนก็ไหนมีคนก็ถามกันมาเยอะว่าทำไมถ่ายฟิล์มพร้อมยกคำถามที่น่าสนใจมากมายมาถาม  วันนี้เขียนเรื่องฟิล์มและการถ่ายรูปกับกล้องฟิล์มแล้วก็ขอเอาซะหน่อย

1.ทำไมต้องเป็นฟิล์มทำไมไม่ใช่ดิจิตอล 

ตอบ อันนี้จริงๆตอบค่อนข้างยากมาก ผมชอบกล้องเก่า มันดูแลง่ายกล้องผมไม่ต้องชาร์จแบตความทนทานมีสูง และมันดูหล่อเวลาใช้งาน นี่เป็นเหตุผลหลักๆที่ผมเปลี่ยนมาใช้ฟิล์มในตอนแรก ส่วนอีกเหตุผลคือ ผมถ่ายขาวดำเป็นหลัก แล้วเสน่ห์ของเนกาตีฟฟิล์มขาวดำมันตราตรึงใจผมเสมอมา ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กน้อยไม่มีปัญญาซื้อกล้องได้แต่เปิดภาพโน้นนี่นั่นดูเอาตามห้องสมุดโรงเรียนและสารานุกรรม

2.ความสะดวกในการถ่าย

ตอบ ไม่เท่าดิจิตอลทุกรูปแบบ ฟิล์มแพ้ขาด

3.คุณภาพของไฟล์ ฟิล์มหรือดิจิตอลอะไรดีกว่ากัน

ตอบ ขึ้นกับว่าปลายทางไปทางไหน ต้องการแสดงผลในหน้าจอ หรือบนกระดาษ และสีหรือขาวดำ ถ้าบนหน้าจอและปริ้นผมว่าดิจิตอลค่อนข้างดีกว่า ยกเว้นว่าคุณถ่ายด้วยฟิล์มสไลดิ์สี อันนี้ไม่ว่าอะไรก็ไม่มีทางสู้ความสดและความสมจริงของสีจากฟิล์มสไลดิ์ได้ ถ้าเป็นขาวดำแล้วอัดมืออันนี้ผมว่าดิจิตอลไม่มีทางทำได้เท่าฟิล์ม (ปล.เดี่ยวนี้เค้าถ่ายดิจิตอลแล้วปริ้นลงบนแผ่นฟิล์ม เสร็จแล้วก็ไปเข้ากระบวนการอัดมือแบบเก่าได้แล้ว ย่อมดีกว่าถ่ายฟิล์มธรรมดาแน่ๆ แต่ข้อเสียคือมันยังไม่นิยมและแพงมาก)

4.มีคนบอกว่าฟิล์มดีกว่าดิจิตอล 

ตอบ มันไม่มีอะไรที่เป็นตัววัดได้เป็นรูปธรรมขนาดนั้น แต่ถ้าความลึกของสี ความละเอียดและเกรนที่ดูสบายตา ฟิล์มทำได้ดีกว่าดิจิตอล แต่อย่างที่บอกมันขึ้นกับว่า output คุณเป็นแบบไหน ถ้าคุณลงจอ ก็ต้องเอามาทำเป็นดิจิตอล การทำเป็นดิจิตอลก็คือการ Scan ภาพจากฟิล์มมาเป็นไฟล์คอมพิวเตอร์ ประเด็นสำคัญมันก็เลยอยู่ตรงนี้ อยู่ตรงที่ว่าอุปกรณ์ที่คุณเอามาแสกนนะดีขนาดไหน ถ้าเป็นเครื่องแสกนแบบที่ผมใช้ Plustek 8200AI ใช้แสกนฟิล์มขนาด 35 และ Epson V600 สำหรับแสกนฟิล์ม 120 ให้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก (กว่าจะพอใจอยากขายทิ้งไปห้าสิบรอบ) สำหรับฟิล์มขาวดำ แต่ถ้าสีผมเลือกส่ง Lab ที่รู้ใจในกรุงเทพ เขาใช้เครื่องแสกน Frontier SP3000 (ตอนแรกคิดว่าจะซื้อเอง แต่คิดแล้วว่าเวอร์ไป เลยไม่ได้ซื้อ)

5.แล้วทำไมยังถ่ายฟิล์ม?

ตอบ อย่างที่บอกผมถ่ายขาวดำเป็นหลัก ความฝันผมตอนเด็กจำได้แม่นสมัยดูทีวีแล้วโฆษณาห้างเซนทรัล เป็นเรื่องของอาจารย์คนนึงที่เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาภาพถ่าย ตัวแสดงอยู่ในห้องมืด เอากระดาษใส่ในถาดน้ำยา แปปเดียวภาพก็ขึ้นมา ผมนี่ตกใจมากนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้ว่าภาพขาวดำปริ้นมือมันเป็นยังไง ผมเลยเลือกถ่ายฟิล์มขาวดำเพราะวันนึงผมจะมีห้องมืดไว้อัดภาพเป็นของตัวเอง

6.สรุปให้ฟังทีว่าอะไรดีกว่าอะไร?

ตอบ ผมไม่สรุปว่าอะไรดีกว่าอะไร เพราะมันดีกันคนละแบบ ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่กลับมาถ่ายฟิล์มมากขึ้น เพราะชอบความคลาสสิก “ของเก่ายุคนั้น มันคือของใหม่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับคนยุคนี้” อันนี้เป็นคนใช้ฟิล์มกลุ่มที่ถ่ายเพราะอยากถ่ายฟิล์ม ชอบโทนฟิล์ม กลุ่มนี้น่ารักผมชอบ มีกล้องตัวนึงมีฟิล์ม ถ่ายแล้วก็ไปร้านที่ล้างถ่ายติดก็ลุ้นตื่นเต้นมีความสุข ส่วนอีกกลุ่มก็คือคนที่คล้ายๆผม ถ่ายรูปจริงจังแต่ทำงานบนฟอร์แมทของฟิล์ม กลุ่มพวกนี้โคตรเปลืองตังค์ (ถ้าไม่ได้รายได้จากการถ่ายภาพนะ) เพราะต้องมีแลปขนาดย่อมๆไว้ที่บ้าน ถ่ายฟิล์มเป็นหลักจัดการฟิล์มเองตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ มีฟิล์มในบ้านทีนึง 30-40 ม้วน น้ำยาล้างฟิล์มอีกหลายชนิด (อันนี้ตัวเองเป็นเกณฑ์)

แต่สุดท้ายมันก็ถ่ายฟิล์มไม่ได้ตลอดหลอก งานไหนเหมาะอันไหนก็ถ่ายอันนั้นไป ผมถ่ายรูปสินค้าในร้าน ผมไม่มาถ่ายฟิล์มให้เปลืองเวลาและต้นทุนชีวิตผมหลอก แต่ถ้าถ่ายในสิ่งที่ผมชอบ ฟิล์มมันทำให้ผมมีความสุขได้เสมอ

จบเรื่องคำถาม มาเข้าเรื่องที่เกริ่นไว้ดีกว่า 

ผมอยากจะโม้ว่าไปถ่ายโนรากลางคืนมาแหละ ชัตเตอร์ต่ำมาก ถ่ายที่ 30 F2.8 ตลอดงาน โชคดีที่ได้ฟิล์ม Tri-x 400 ขนาด 120 อยู่กล่องนึงที่บ้าน ก็ถ่ายไปหมดกล่อง 5 ม้วนนั่นแหละ งานนี้ผมเลือก Push iso เพิ่มไปอีก 1 stop จาก 400 ก็เป็น 800 แต่ผมไม่ได้ดันมั่วๆนะ ผมเอาเครื่องวัดแสงเดินจับบรรยากาศและหาค่าเฉลี่ยแสงที่เหมาะสมทั้งงาน จนเลือกความเร็วชัตเตอร์ที่เหมาะสมได้ถือถ่ายแล้วไม่สั่น ก็มาลงตัวที่ 30 F2.8 ต่ำสุดตามที่เลนส์จะสามารถทำได้ งานนี้ถ่ายด้วยกล้อง Pantax 645 เป็น Medium Format แบบ Semi-Auto ที่น่าใช้มากๆตัวนึง (Hasselblad ตัวเก่งผมเลนส์ป่วยส่งไปหาหมอที่พระนคร) เสร็จแล้วก็มาเลือกน้ำยาล้าง งานนี้ผมเลือก ILFORD DD-X สรรพคุณข้างขวดบอกว่าให้เกรนต่ำ (สำคัญนะครับน้ำยาบางตัวเร่งเกรน) เพราะฟิล์ม Tr-x ธรรมชาติเค้าเกรนจะมากมายมหาศาลอยู่แล้ว สรรพคุณยังบอกต่ออีกว่าถ้าล้างแบบ Push iso เหมาะนักแล ก็เลยลงตัวแบบนี้ จึงขอเอาภาพให้ชมกันด้านล่างครับ

ปล.รูปมีอีกเยอะครับผมจะทยอยลงให้ตามอารมณ์อีกที

img011

img009

img006

img001

img001

img007

img010

img010

img014

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply