Posted by: admin in: ● July 12, 2011
วันนี้ผมมีเหตุจำเป็นต้องไปทำธุระแถวสำเพ็งมา และการไปสำเพ็งนั้นมันไม่ง่ายเลยสำหรับคนที่ไม่เคยไปและต้องไปคนเดียว และยิ่งยากไปอีกเมื่อคนคนนั้นเริ่มเดินทางมาจากรังสิต
ผมออกจากหอต่อวินไปคิวรถตู้ นั่งรถตู้มาลงที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วก็เดินถามคนแถวนั้นว่าจะเดินทางไปสำเพ็งยังไงดีถามประมาณสามคนเพื่อหาทางเลือกว่าอย่างไหนดีกว่ากัน แต่ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าให้ไปนั่งรถเมล์สาย ๘ เอ้าสาย ๘ ก็สาย ๘
แล้วผมก็นั่งรถเมล์สาย ๘ เป็นรถ ปอ.ค่ารถ 14 บาท มาลงแถวจักรวรรดิเดินเข้าตรอกไปอีกนิดก็เป็นสำเพ็ง ผมเดินดูของอยู่ชั่วโมงกว่าก็เห้ยทำของที่หาไม่เจอซะทีว่ะ เดินทั้งสำเพ็งแล้วยังไม่มี ก็เลยโทรหาแม่บอกว่าของหาไม่ได้เลย เลยสรุปกันว่ายังไงแล้วจะลองไปหาของที่ต้องการดูที่ตลาดนัดสวนจตุจักรดูในวันเสาร์นี้ เผื่อจะได้ของบ้าง
พอเดินๆแล้วไม่เจอของประกอบกับว่าตอนนั้นผมไม่รู้ว่าผมเดินไปถึงตรงไหนของสำเพ็งแล้วเพราะผมเดินเข้าตรอกนู้นออกตรอกนี้มากมาย จนมาถึงทางแยกใหญ่แยกนึงผมเดินเลี้ยวซ้ายไปเลื้อยๆ ก่ะว่าจะหาน้ำซักขวดที่ไหนได้ดันมาโผล่ที่เยาวราช ที่นี้ก็ง่ายแล้วแหละครับเยาวราชย่านนี้เรามาบ่อย พอเริ่มจับต้นชนปลายถูก หาทิศเจอว่างั้นเถอะ ก็เลยคิดว่ายังไงกลับหอดีกว่า แต่ครั้งนี้ให้นั่งสาย ๘ ไม่เอาแล้วครับ มันอ้อมโลกแล้วก็เหนื่อยเกินไป
จากเยาวราชผมเลือกเดินย้อนขึ้นมาทางเหนือสุดถนนเยาวราชผมเดินข้ามถนนไปถนนเจริญกรุง เข้าวัดไตรมิตร (วัดไตรมิตรนี่ห้องน้ำเค้าอลังการมากครับ เค้าทำไว้เพื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ) พอมาถึงวัดไตรมิตรผมเพิ่งนึกได้ว่าเห้ย “กรูเอากล้องติดมานี่หว่าทำไมไม่ได้ถ่ายซักรูปเลยหว่า ลืมซะงั้น เลยหยิบขึ้นมาถ่ายวัดไตรมิตรไปสองสามภาพ” แล้วก็เดินออกทางประตูข้างวัดจะเห็นซ.สุกร ไม่ต้องเข้าซอยครับ เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็เจอสถานีรถไฟหัวลำโพงสวยงามโดดเด่น
มาถึงหัวลำโพงเที่ยงกว่าเริ่มหิว จะเข้าไปกินร้านลาภปากก็ไม่เหมาะเพราะมาคนเดียว(แต่ยำร้านนี้อร่อยจริง) เลยเดินเข้าไปในสถานีรถไฟหัวลำโพงไปกิน KFC แล้วก็ออกมานั่งรถไฟ้าใต้ดินไปลงสวนจตุจักร นั่งรถตู้กลับหอ สำราญใจไปหนึ่งวัน
เรียนตามตรงกลับมาถึงห้องผมก็เข้าในเล่นเน็ตไปเรื่อย แล้วก็เข้าเว็บโปรดพันทิป วันนี้เลอกเข้าห้อง “โต๊ะสีลม” เจอกระทู้โหวตกระทู้หนึ่งเรื่อง …เมื่อฉันตัดสินใจกับไปทำงานที่ต่างจังหวัด… ชอบกระทู้นี้มากเลยครับ มันทำให้ผมคิดอะไรได้เยอะเลย
วันนี้ผมไปเดินสำเพ็งมา ผมโคตรชอบบรรยากาศแบบนั้นเลย สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายของดูเป็นตรอกเหมือนหนังสือฝรั่งที่มักจินตณาการถึงเวลาอ่าน แต่พอคิดไปคิดมามันคงชอบได้แค่เป็นทีๆ เพราะถ้าเกิดว่าเราจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้นคงอึดอัดพิลึก ไหนรถจะติดคนเดินกันวุ่นวาย มันไม่ใช่ที่ที่น่าอยู่เท่าที่ควร
พอดีกับที่ผมกลับมาอ่านกระทู้นั้นแล้วก็เริ่มคิด เออเว้ย! ทุกวันนี้คนกรุงเทพหรือคนที่ทำงานอยู่ไหนกรุงเทพเนี่ย รายจ่ายกับรายรับเค้าดูแล้วน่าตกใจดีน่ะ หลายต่อหลายคนเรียกว่าคนส่วนใหญ่เลยดีกว่าเนอะ ที่จบปริญญาตรีมา ลำพังเงินเดือนเข้าทำงานคงไม่เกินสองหมื่น เงินเท่านี้แต่ต้องจ่าย -ค่าเช่าที่อยู่อาศัย -ค่ากิน -ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อย -เงินสำรองเลี้ยงชีพ -ภาษี สรุปแล้วรายจ่ายเยอะมาก แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังอยากทำงานอยู่ที่นี่
และมันก็เป็นความโชคดีหรืออย่างไรของเด็กปี1 ที่ตอนนี้ขึ้นปี 2 ได้เดือนเศษๆอย่างผม เพราะตลอดเทอมที่ผ่านมานับว่าผมค่อนข้างโชคดีมากที่อย่างน้อยผมเคยได้ร่วมทำงานกับองค์กรใหญ่ๆหลายองค์กร เลยได้รับโอกาสให้เข้าไปประชุมและทำงานแถวๆย่านธุรกิจของเมืองกรุงเราอยู่บ่อยๆ และทุกครั้งที่ผมไปเข้าประชุม (แม้ส่วนใหญ่จะโดด) แต่จากห้องประชุมบนตึกสูง มองลงไปข้างล่างนั้น ทุกครั้งผมเห็นภาพที่เหมือนกันอยู่เสมอ
ภาพนั้นคือภาพร้านกาแฟ star buck ที่คนต่อแถวยาวล้นออกมา แล้วราคากาแฟร้านนั้นก็ไม่ใช่ถูกๆน่ะครับแก้วละเป็นร้อย ครั้งแรกที่ผมเห็นผมก็สงสัยว่าเอ้ยเค้าคงแจกฟรีละมั้ง ไม่งั้นคนคงไม่เยอะขนาดนี้ แต่สามครั้งไม่ขาดไม่เกินที่ผมไปร่วมประชุม ผมเห็นเหมือนกันตลอดทั้งสามครั้ง นั่นคือภาพหนุ่มสาวออฟฟิสต่อแถวยาวเฟือยออกมาจากร้านกาแฟละหลายร้อยร้านนั้น
ภาพเดิม…ที่เดิม…
ผมเองก็ต้องยอมรับว่าเป็นคนส่วนใหญ่คนนึงที่เป็นเคยอยากจะใช้ชีวิตและทำงานในเมืองใหญ่เมืองนี้บ้าง แสงสีมันเยอะช่างดึงดูดยิ่งนัก แต่พอคิดให้หนักแล้ว รายได้เท่านั้น รายจ่ายเท่านี้ กับการกลับบ้านต่างจังหวัด รายจ่ายไม่เยอะ สุขภาพจิตดีกว่าหลายเท่า แล้วเราควรเลือกที่ไหน?
แรกๆผมก็ไม่ยอมง่ายๆทีเดียวเวลาต้องมีปากเสียงกับพ่อแม่ในเรื่องที่ว่าเรียนจบแล้วจะทำงานที่ร้านมั้ย หรือเวลามีคนถามว่าเรียนจบแล้วจะกลับมาทำงานที่บ้านรึเปล่า ผมยอมรับอย่างไม่เต็มปากเต็มคำนักกับคำถามที่ถามมาเหล่านั้น จนหลายๆอย่าง หลายๆเหตุการณ์ผ่านไป ผมเริ่มจะตระหนักและเริ่มคิดได้ถึงอนาคตที่จริงจังของผมเองบ้างแล้ว
ผมเริ่มมองดูธุรกิจที่บ้างอย่างจริงผมว่าเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างน่าลงทุนสูงรายได้ที่เป็นกำไรก็เดือนนึงหลายบาท และยังสามารถเติบโตได้อีกมากมาย ประกอบกับการที่ผมเลือกเรียนในสาขาวิชานี้ มันทำให้ผมเริ่มมีเป้าหมายมากขึ้น และผมรู้ว่าผมจะกลับไปทำอะไร
ผมเริ่มมองสภาพจังหวัดที่ผมอยู่ผมว่าเป็นจังหวัดที่สงบมาก ประชากรไม่ได้ยากจนทำธุรกิจได้และรถก็ไม่ติดไม่มีความวุ่นวายใดๆทั้งสิ้น นับว่าเป็นจังหวัดนึงที่น่าอยู่มาก
ตอนนี้ผมเริ่มมีเป้าหมายผมรู้ว่าควรจะทำอะไร เหมือนๆอยู่ๆมันก็มาเองเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจังมาได้หลายวัน เลิกเหล้าเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาดมาได้สักพักแล้ว เริ่มเรียนภาษาจีนและภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง ผมคิดเสมอว่าเวลาเรียนของผมคือช่วงที่ผมกำลังเรียนปริญญาตรี เพราะตราบใดที่ผมเรียนจบผมจะยกเอาความสนใจทั้งหมดให้กับงานที่จะรอผมข้างหน้าอย่างเต็มที่
และตอนนี้ผมมั่นใจอย่างไม่เคยมั่นใจมาก่อนว่า
ผมฉลาดขึ้นมาอย่างน้อยก็หนึ่งมิลละ